ราคาที่ต้องจ่ายจากการเป็นโรคสมาธิสั้น – The expense of ADHD

พูดถึงโรคสมาธิสั้น เรามักจะนึกถึงเด็กที่ซน อยู่ไม่นิ่งหรือเรียนได้ไม่ดีใช่มั้ยคะ?
ภาพจำของคนส่วนใหญ่ เลยมองว่าโรคนี้มีผลกระทบต่อการเรียนหรือพฤติกรรมในวัยเด็กเท่านั้น
.
แต่ความจริงแล้ว โรคสมาธิสั้น
มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตไปจนถึงวัยผู้ใหญ่
ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียค่าใช้จ่าย(ที่ไม่ใช่ค่ายารักษา) มหาศาลกว่าคนทั่วไปอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียวค่ะ
.
.
บทความนี้หมอเลยหยิบข้อมูลงานวิจัยมาสรุปคร่าวๆ
มาดูกันซิว่าโรคสมาธิสั้น ทำให้เสีย “เงินที่ไม่ใช่ค่ายา“ จากอะไรได้บ้าง?
💰💸💶
.
.
งานวิจัยแรก จากประเทศเกาหลีใต้ 🇰🇷
(หาอ่านได้ที่ https://journals.sagepub.com/ )
นักวิจัยเค้าได้ศึกษาอายุที่สั้นลง และรายได้ที่ต้องเสียไป จาก ผู้ป่วยสมาธิสั้น
ซึ่ง ”อายุที่สั้นลง” ( disability adjusted life year )ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนปีที่เสียชีวิตเร็วขึ้นอย่างเดียว แต่เค้านับรวมจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่อย่างไม่มีคุณภาพด้วย (คล้ายๆที่บางคนนับว่า อยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น)
จากผู้ป่วยสมาธิสั้น 69,359 คน พบจำนวนปีอายุที่ลดลงถึง 32,605ปี เท่ากับว่าคนที่มีโรคสมาธิสั้นหนึ่งคนจะมีชีวิตที่มีคุณภาพลดลงถึงสองปีเทียบกับคนปกติทีเดียวค่ะ
.
นอกจากนี้ เค้าก็ศึกษาผลกระทบทางการเงินที่เกิดจากผู้ป่วยสมาธิสั้น อาจจะมาจากในแง่ที่ผู้ป่วย ไม่สามารถทำงานได้เหมือนคนปกติจนสูญเสียรายได้ที่ควรมีตามวัย หรืออาจจะเกิดจากค่ารักษาที่ต้องจ่ายให้โรคสมาธิสั้น รวมทั้งปัญหาที่เกิดจากตัวโรค เช่นผู้ป่วยสมาธิสั้นอาจจะมีอุบัติเหตุง่ายกว่าคนอื่น หรือไม่รอบคอบในการดูแลตัวเองทำให้เจ็บป่วยง่าย
ค่าใช้จ่ายตรงนี้คิดเป็นเงิน 47.5 ล้าน ยูเอสดอลล่าร์ หรือเป็นเงินไทย 1600ล้านบาท/ปี เลยทีเดียว
.
.
.
มาดูที่งานวิจัยฝั่งอเมริกากันบ้างนะคะ 🇺🇸
(สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่: https://link.springer.com/article/10.1186/1478-7547-3-5 )

นักวิจัยพบว่า ถ้าเด็กที่ไม่ได้รับการรักษาสมาธิสั้นตั้งแต่เด็กแล้วโตขึ้นไปยังเป็นผู้ใหญ่ที่มีอาการสมาธิสั้น จะต้องเสียค่ารักษาในวัยผู้ใหญ่มากกว่าคนที่ไม่เป็นโรค ถึงปีละ 100,000 บาท/คน/ปี
.
นอกจากนี้เค้ายังพบว่า โรคสมาธิสั้น หากไม่ได้รับการรักษา มักทำให้เด็กมีโรคทางจิตเวชอื่นตามมาเช่นโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรือปัญหาการเรียน
งานวิจัยพบว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาโรครวมเหล่านี้ ตกอยู่ที่ 12,000 บาทต่อเด็กหนึ่งคนต่อปีเลยทีเดียว
.
ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุเช่นขับรถชน หรือบาดเจ็บ ผู้ป่วยที่มีโรคสมาธิสั้นก็มักต้องจ่ายสูงกว่าคนปกติถึง ปีละ 15,000 บาท/คน/ปี
.
นอกจากเสียค่าใช้จ่าย ยังเสียโอกาสในการสร้างรายได้ จากการที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ
การศึกษาพบว่า ผู้ป่วยสมาธิสั้นหญิงทั้งประเทศอเมริกา เสียรายได้จากการทำงานเทียบกับคนปกติ รวมกันอยู่ที่ 40,000ล้านบาท ส่วนผู้ชายจะอยู่ที่ 80,000 ล้านบาทต่อปี หมายความว่าผู้ป่วยสมาธิสั้นทั้งประเทศอเมริกา เสียโอกาสสร้างรายได้สูงถึง 120,000ล้านบาท เลยทีเดียว
.
.
งานวิจัยยังพูดถึงความคุ้มค่าในการลงทุนรักษาโรคสมาธิสั้น จากการเสียค่ายาสมาธิ (Cost-utility) ผลสรุปหลายอันยืนยันว่า การเป็นรักษาเป็นการลงทุนรักษาที่คุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกับคุณภาพชีวิตที่ได้กลับมา
โดยเฉพาะเทียบกับราคายาชนิดออกฤทธิ์สั้นที่ถูกมาก (บ้านเราจะอยู่ประมาณ10-50บาท/วัน)

หรือยาชนิดออกฤทธิ์ยาวอาจจะแพงขึ้น แต่ก็ช่วยให้การรักษาต่อเนื่อง

และหากรักษาตั้งแต่ยังเด็ก จะช่วยป้องกันอาการในวัยผู้ใหญ่ ลดความเสี่ยงการต้องเกิด“ราคาที่ต้องจ่ายจากโรคสมาธิสั้น“ ที่มหาศาลกว่าค่ารักษาอีกด้วยค่ะ
.
.
.
บทความโดย
พญ.อรรัตน์ เชาว์กุลจรัสศิริ
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บ้านสาทรคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมจิตเวช


Comments

Leave a Reply

Discover more from บ้านสาทรคลินิก

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading